ReadyPlanet.com
dot
dot dot
ทาน ศีล ภาวนา

ทาน ศีล ภาวนา

          การให้ทาน หมายถึง การเสียสละ... สละ...  ละ...  เพื่อปลดกิเลสคือความโลภของจากจิต

          การรักษาศีล ทำเพื่อปลดกิเลส ความโลภ โกรธ หลง ออกจากจิต

          การภาวนา ทำเพื่อให้เกิดปัญญารู้เท่าทัน ไม่ให้จิตหลงไปตามกิเลส ตัณหา อุปทานและอกุศลกรรม

          ฉะนั้นการให้ทาน รักษาศีลและภาวนา ควรทำที่จิต เพราะจิตเป็นเรา ร่างกายไม่ใช่เรา ต้องปฏิบัติให้จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าวให้ได้ ให้จิตสั่งกายได้ จะดี


การปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ต้องเริ่มจากรักษาศีล

          เพราะว่าการทำสมาธิ เข้าณาน มีการทำมานานแล้วก่อนพระพุทธเจ้าอุบัติ ฤาษีทั้งหลายสามารถทำสมาธิจนเหาะได้ หายตัวได้ ทำอะไรต่าง ๆ ได้ตามกำลังของสมาธิที่เรียกว่า "ฤทธิ์" แต่ไม่สามารถบรรลุธรรมไปพระนิพพานได้  จนพระพุทธเจ้าท่านสำเร็จพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ จึงได้สั่งสอนไว้ว่าทางเดินไปสู่พระนิพพาน คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เรียกว่า มรรค ๘ พระท่านสอนว่า การรักษาศีล จิตเป็นผู้กระทำ สั่งกาย วาจา ให้เรียบร้อยไปด้วย

          ขณะที่เราพยายามรักษาศีล ดูศีลของเราอยู่ ขณะนั้น ช่วงเวลานั้นจะเป็นการทำสมาธิไปด้วย  สมาธิที่ใช้ในการระมัดระวังศีลอยู่จะเป็น สัมมาสมาธิ ที่ทำให้เกิดปัญญา ที่เรียกว่าสัมมาปัญญา ซึ่งจะสามารถกำจัดกิเลสออกไปจากจิตได้ เป็นทางนำไปสู่พระนิพพานได้ ตามที่พระท่านว่า สีเลนะ นิพพุติงยันติ  ตัสมา  ........   สัมมาสมาธิเท่านั้นที่จะทำให้เกิดสัมมาปัญญา  ขจัดอวิชชาออกไปได้ 

(ซึ่งการทำสมาธิไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตา จะเดินหรือทำงานอยู่ก็ทรงสมาธิจิตได้ เพราะจิตเป็นผู้ทำสมาธิ)  
 
          ถ้าทำแล้วจะรู้ว่าศีลแต่ละข้อละเอียดมาก การผิดศีลแต่ละข้อส่งผลต่อผู้ละเมิดอย่างไร ถ้าเห็นชัดแล้วจะไม่กล้าละเมิดศีลเพราะผลมันน่ากลัวมาก ไม่มีใครอยากทุกข์หรอก

          พยายามรักษาศีลให้บริสุทธิ์กันนะ ศีล หรือศีล ๘ ก็ได้ พระท่านสอนมา


วิธีรักษาศีล 

          เลือกให้เหมาะกับตัวเรา ทำแล้วจิตและกายต้องไม่ทุกข์เดือดร้อน 

          ทำกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ หรือ   คิดดี พูดดี ทำดี    "ระวังที่จิตระวังใจให้คิดดี ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน รวมทั้งใจตนเองด้วย

          ไม่คิดอิจฉา ริษยา โกรธ เกลียด น้อยใจ  ใจคิดไม่ดีกับใครบ้างหรือเปล่าเราต้องคอยสำรวจดู

          ถ้าระวังที่ใจไม่ผ่านจะเผลอออกมาทางวาจา ถ้าสกัดกั้นได้ วาจาก็ดีไป ไม่พูดให้ใครเดือดร้อน ไม่นินทาว่าร้าย ผู้อื่น แต่ถ้าสกัดไม่อยู่มันจะออกมาทางวาจา ก็พยายามรู้ตัวหยุดให้ทัน อย่ายาว แล้วกลับไปพิจารณา วันหน้า ชั่วโมงหน้า จะพยายามไม่ให้เกิดขึ้นอีก

          ถ้าระวังที่วาจาไม่อยู่ กายจะทำตามกิเลสไปด้วย เช่น ไปตี ต่อย ทุบ ทำร้าย เขา กระทืบเท้า  สั่น  ชี้ไม้ชี้มือ หน้าตาก็เปลี่ยนไป  ร้องไห้ หัวเราะเยาะเย้ยเขา เป็นต้น
 
การฝึก  พระท่านแนะนำว่าให้เริ่มระวังศีลทีละ ช.ม. เช่น ตอน ตี ๕ - ๖ โมงเช้า พยายามให้บริสุทธิ์จริงๆ   

          รักษาศีล ๓ ชั้น คือ  ๑. ไม่ทำเอง ๒. ไม่ยุยงให้ผู้อื่นกระทำ  ๓. ไม่ยินดีที่ผู้อื่นกระทำผิดศีล พอ 6 โมง ก็ทบทวน ช.ม.  มานี้ผิดพลาด บกพร่องตรงไหน ดูที่จิตเราอย่าไปโทษผู้อื่น แล้วเลื่อนเวลาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ๒ ช.ม. ๓ ช.ม. อีกหน่อยจิตระวังเต็มวันไปเอง

          การทบทวนจะใช้ตอนก่อนนอนทำสมาธิแล้ว  จิตนิ่งดีแล้วก็ได้ เป็นการทบทวนดูว่าใจ วาจา กายเราผิดพลาดตรงไหน  หาเหตุด้วยว่าเพราะอะไร เช่น ใจเราไปไม่พอใจเขา ก็หาสาเหตุว่าเราไม่พอใจเขาเพราะอะไร  เช่น พบว่า เพราะเราไปยึดว่าเขาทำผิดทำไม่ถูก เราไม่ชอบแบบนี้  ก็ตามหาเหตุไปเรื่อย ๆ ทำไมเราไม่ชอบ ทำไมเราต้องโกรธ  เพราะอะไร  พิจารณาหาไปเรื่อย ๆ จะพบเหตุที่แท้จริง นี่คือการหาเหตุแห่งทุกข์ที่เรียกว่า สมุทัย  เมื่อพบเหตุแล้วจิตมันจะหาทางแก้เอง  จะรู้ทางแก้  ก็พยายามแก้ไป ใช้ความเพียร จนทำได้ในที่สุดก็ถือว่าเราชนะ

          การพิจารณาใจต้องสงบพอสมควรจึงจะเห็นเหตุแห่งทุกข์  ส่วนมากทำตอนทำสมาธินิ่งแล้วพิจาณาไป อันนี้ก็เป็นวิปัสสนาเช่นกัน รู้เหตุที่ทำให้เกิด กิเลสตัวไหน เราไปยึดอะไรไว้ เมื่อเห็นเหตุแล้ว จะเห็นทางแก้ ก็จะแก้ได้ถูกทาง เราก็จะพัฒนาจิตเราไปเรื่อยๆ (ต้องใช้วิริยะ เพียรแก้ไป ไม่ยอมแพ้)


การรักษาศีลไม่จำเป็นต้องอาราธนาศีล

          ตั้งใจเมื่อไรก็เมื่อนั้น เวลาไหนก็ได้ และไม่จำเป็นต้องแต่งชุดขาวด้วย เพราะรักษาที่ใจ ทำใจเราให้เป็นศีล   ทำใจเราให้ใสสะอาดก็แล้วกัน  รักษาที่บ้าน ที่วัด ที่ทำงานก็ได้  จริง ๆ แล้วให้รักษาทุกขณะ ทุกลมหายใจเข้าออก เดินอยู่นั่งอยู่ นอนอยู่ ได้ทั้งนั้น 
 
ศีลข้อ  งดอาหารมื้อเย็น เพื่อลดความกำหนัดในกาม ก็ดูว่าร่างกายเราหิวหรือไม่ บางคนดูเข้าไปในกระเพาะอาหารว่าน้ำย่อยมันหลั่งหรือเปล่า

ถ้าหิวก็ควรจะกินอะไรรองท้อง ถ้าของเบาๆ ไม่พอ ต้องของหนัก ก็ลาศีลไป ไม่เป็นไร ไม่งั้นร่างกายมันเดือดร้อนจะเป็นโรคกระเพาะอาหารเอา น้ำเปล่า น้ำปานะ ทานได้ตลอด

แต่ถ้าเห็นอาหารแล้วเกิดอยากกิน น่ากิน (ร่างกายไม่ได้หิวนะ)  แต่ต้องอดทนไม่กินเพราะถือศีล ศีลข้อนี้ก็พร่องไปแล้ว ไม่ขาดแต่พร่อง เพราะเกิดความอยาก เป็นต้น

ศีลข้อ  การดู ทีวี ต้องดูแบบพระที่ท่านดูกัน ดูได้แต่ดูอย่างพิจารณา ดูกิเลส เขาแสดงไปตามบท  มีกิเลสแบบนี้ จึงเป็นแบบนี้ นิสัยแบบนี้ พิจารณาไปตามธรรม ไม่ได้ดูเพื่อความสนุกสนาน หรือผ่อนคลาย 

ดูแล้วอย่าให้จิตไหลไปตามเรื่องที่ดู มีอารมณ์ร่วมไปด้วย เกลียด โกรธ ยินดี ยินร้ายไปด้วย อันนี้ดูไม่เป็น ดูแล้วต้องได้ประโยชน์นำมาสอนตนเอง

-  การแต่งหน้าแต่งตัว ทำได้ แต่งเพื่อความสบายตัว ตามปกติของสังคมที่อยู่ เพื่อไม่ให้แปลกแตกต่าง  แต่ต้องไม่แต่งเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามมองว่าเราสวยงาม หรือเพื่อยั่วกิเลสฝ่ายตรงข้ามให้ชอบเราหลงเรารักเรา

-  ตอนที่ อาบน้ำ แต่งตัว ให้พิจารณาร่างกาย ภายในภายนอก เป็นธาตุ 4 หรือเป็นของสกปรก เสื่อม เหม็น  อาบน้ำสะอาดแล้ว หอมแล้ว ไม่นานก็เหม็น เสื้อผ้าใส่ถูกตัวไม่นานก็เหม็น ร่างกายสกปรก จริงๆ ก็ไม่ใช่ของเรา  อย่าหลงว่าร่างกายเป็นเราเป็นของเรา เวลาอาบน้ำแต่งตัวก็เหมือนเราอาบน้ำแต่งตัวให้ตุ๊กตา ทำร่างกายให้สะอาดแล้ว ทำใจให้สะอาดด้วย

ศีลข้อ  นอนที่นอนสูงไม่เกินคืบ หนุนหมอนนุ่มๆ ก็ได้ ข้อนี้ไม่ให้ติดความสบายจะขี้เกียจ แต่เวลาทำ ข้อนี้เขาพิจารณาความตายกัน เรานอนตายอยู่ไม่มีอะไรเอาไปได้ ที่นอนก็แค่นี้ ตายร่างกายก็เน่าเปื่อยไป เอาจิตขึ้นไปกราบพระข้างบน ทิ้งร่างกายไว้ที่นี่แหละ


ศีล  เป็น ศีลของพระอนาคามี  ต้องพิจารณาร่างกาย พิจารณาความตาย ตัดกามฉันทะและโทสะ (สังโยชน์ ๕)




พุทธะ - ธรรมบรรยาย

พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน โดยพระอาจารย์วิชชา กิจจวิชโช วัดป่าวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน จ.เชียงใหม่ article
ธรรมทาน และ อภัยทาน
"พระโสดาบัน" โดย พระราชพรหมญาณ
"อย่าทนงตน" โดย หลวงพ่อราชพรหมญาณ
หลวงปู่ชาตอบปัญหา แก่พระสุญโญภิกขุ
คำสอนหลวงพ่อจง พุทธัสสโร วัดหน้าต่างนอก
"พัฒนาแต่ทรัพยากรคน ลืมพัฒนาประชาชนที่ครองเมือง" ตอนที่ ๒ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)
"รักษาศีล" ทำอย่างไร?
กระจกส่องกรรม
นินทานั้นไม่มีโทษ...แก่ผู้ถูกนินทาเลย โดย สมเด็จพระสังฆราช ฯ
“วิกฤตบ้านเมืองวันนี้ โอกาสที่มีควรเป็นของใคร” ตอนที่ ๑ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)
"ก้อนหิน" กับ "เลขหวย" : ธรรมะสวัสดีของหลวงตาเย็น โดย คุณ Jarusuke
"บุญหน้าตาเป็นอย่างไร" : ธรรมะสวัสดีของหลวงตาเย็น โดย คุณ Jarusuke
ธรรมะบรรยาย : หลวงปู่ทองดี อนีโฆ วัดใหม่ปลายห้วย - จิตสู่ภวังค์ (๑) โดย คุณ Mirin
ชนะใครไม่เท่าชนะใจตนเอง โดยพระมิตซูโอะ คเวสโก 2 ก.พ.52
บางส่วนจากหนังสือ“มหัศจรรย์แห่งชีวิต ๗ หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี
ลักษณะของ "คู่สร้างคู่สม" (puyka)
โดยมาก"อยากเป็นพระพุทธเจ้า"มากกว่าการช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ (copy)
เทวดาถามคำถาม : deva asked for dhamma (copy)
เข้าใจผิดเรื่องการบรรลุธรรม (TH-ENG) (copy)
การใช้ถ้อยคำของพระพุทธองค์ (copy)
"เจแต่กาย" แต่ "ใจไม่เจ"



[1]

ความคิดเห็นที่ 2 (38965)

การมีศีลเป็นเครื่องป้องกันอันตรายได้

สาธุ สาธุ สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผ้าขาว วันที่ตอบ 2009-07-29 18:04:29


ความคิดเห็นที่ 1 (38348)

สาธุ...สาธุ...สาธุ....

ผู้แสดงความคิดเห็น piyo (ปิโย/น้องตัวอ้น) วันที่ตอบ 2009-07-10 19:47:00



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


dot
หัวข้อหลัก
dot
bulletพุทธะ-ธรรมบรรยาย
bulletรวมบทสวดมนต์ และพระคาถา
dot
สาระน่ารู้
dot
bulletเสียงอ่าน - นิทานธรรม
bulletเกร็ดประวัติศาสนสถาน
bulletประวัติครูบาอาจารย์


สอบถามข้อมูลต่าง ๆ ทาง Chatbox เลยครับ (-/|\-)


Copyright © 2011 All Rights Reserved.