ReadyPlanet.com
dot
dot dot
พระพุทธมงคลบพิตร มหามงคลรัฐ วัดห้วยสอง อ.เนินขาม จ.ชัยนาท

ประวัติ
วัดห้วยสอง ตำบลสุขเดือนห้า อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท

        วัดห้วยสอง ตั้งอยู่หมู่บ้านห้วยสอง ตำบลสุขเดือนห้า อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่บนที่ดินเนื้อที่ ๔๓ ไร่ ๒ งาน ๗๒ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือติดกับทางหลวงชนบท ทิศตะวันออกติดกับถนนที่ดินชาวบ้าน ทิศใต้ติดกับสระน้ำสาธารณะและลำธารน้ำธรรมชาติ ทิศตะวันตกติดกับทางหลวงชนบท

         อาคารเสนาสนะมีหอสวดมนต์ ซึ่งมีที่ทำวัตรสวดมนต์ และใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลในวันพระ และทำเป็นห้องจำวัตรของพระภิกษุสงฆ์รอบทางด้านทิศเหนือของหอสวดมนต์ ขนาดกว้าง ๑๔ ยาว ๒๐เมตร สร้างเมื่อปี๒๕๒๙ เมรุสถาน ขนาดกว้าง ๔ ยาว ๘ เมตร สร้างเมื่อปี ๒๕๔๓ ศาลาธรรมสังเวช ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๔ เมตร สร้างเมื่อปี ๒๕๔๕ มีอุทยานพุทธสถานประดิษฐานพระพุทธรูป ขนาดหน้าตักกว้าง ๕.๕๐ เมตร สูง ๘ เมตร สร้างเมื่อปี ๒๕๕๒ ขณะนี้ มีอุโบสถ ๑ หลัง ซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ ๙๐% (จะแล้วเสร็จ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๒)

        กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศเป็นวัดขึ้นในพระพุทธศาสนามีนามว่า “วัดห้วยสอง” เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๓

สิ่งที่เป็นหลักสำคัญในวัด

        ๑. พระพุทธมงคลบพิตร มหามงคลรัฐ อันมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้ประทานมงคลชีวิตแก่ปวงมหาประชาทั่วดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นพระพุทธรูปปางประทับนั่งแบบทรงเครื่อง ซึ่งเป็นพระประธานประจำพระอุโบสถหลังใหม่ เป็นพระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบถนั่งบนบัลลังก์ ห้อยพระบาททั้งสองแบบนั่งเก้าอี้ ที่พระบาทมีดอกบัวรองรับ พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นเสมอพระอุระ จีบนิ้วพระหัตถ์ พระหัตถ์ขวาแบฝ่าพระหัตถ์ วางบนพระเพลา มีลักษณะงดงามแปลกตา หล่อด้วยปูน ทาสีทอง

        ๒. พระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อองค์พระใหญ่รวม ๓ องค์ ถวายพระ ๒ เจ้า (ถวายพระพุทธเจ้า และถวายพระเจ้าอยู่หัว) อยู่ใน เขตพุทธสถาน โดยมี พระพุทธรูปองค์ใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง หน้าตักกว้าง ๑๐ เมตร ส่วนสูงวัดจากทับเกษตร ถึงพระจุฬาธาตุ ๑๕ เมตร และพระพุทธรูปตั้งอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวา ในปางเดียวกันหน้าตัก ๕.๕๐ เมตร ส่วนสูงวัดจากทับเกษตร ถึงพระจุฬาธาตุ ๘ เมตร หันไปในทิศตะวันออก (ปี ๒๕๕๒ โครงการสร้างพระแทนกาย .. หล่อพระพุทธรูปองค์เล็กทั้ง ๒ องค์ ส่วนพระองค์ใหญ่ ขณะนี้ยังไม่มีกำหนด บันทึก ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒)

ถาวรวัตถุภายในวัด

        อุโบสถ กว้าง ๑๐.๖๐ เมตร ยาว ๑๗.๕๐ เมตร หลังตาลด ๓ ชั้น หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลบพิตร มหามงคลรัฐ

พระภิกษุวัดห้วยสอง รับภาระธุระสมภาร

        พระมหาภูวการ นิติภูวนนท์ (กิตฺติวํโส) นามเดิมว่า ภูวการ นิติภูวนนท์ เกิดที่ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

        ๑ ธ.ค. พ.ศ. ๒๕๕๑ - ปัจจุบัน : เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดห้วยสอง อ.เนินขาม จ.ชัยนาท

ความเป็นมาของพระประธานในอุโบสถ

         พระประธานในอุโบสถมหาอุตม์ ของวัดห้วยสอง อ.เนินขาม จ.ชัยนาท อาจต่างจากพระประธานในอุโบสถทั่วไปที่สร้างขึ้นตามปางต่าง ๆ แต่สำหรับพระประธานในอุโบสถวัดห้วยสองนี้ สร้างขึ้นตามความฝันของพระมหาภูวการ กิตฺติวํโส รักษาการแทนเจ้าอาวาส ที่ฝันว่า

         “ได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าในป่าทึบแห่งหนึ่ง เห็นพระพุทธองค์กำลังประทับนั่งห้อยพระบาทบนขอนไม้ มีเครื่องประดับเพชรนิลจินดาระยิบระยับเต็มทั่วบริเวณ จึงเข้าไปถามว่า ทำไมลูกลำบาก ทำไมทุกข์ยากเหลือเกิน ทำอะไรก็มักเจอแต่อุปสรรคปัญหา รู้สึกท้อแท้... ในฝันบ่นเพ้อตัดพ้อให้พระพุทธเจ้าฟัง พระพุทธองค์ยิ้มอย่างเดียว ไม่ได้ตรัสอะไรออกมา แต่ยกพระหัตถ์ซ้ายขึ้น จากนั้นทรงหงายพระหัตถ์ขวาขึ้น”

          ระหว่างนั้น เป็นช่วงที่กำลังคิดเรื่องพระประธานในอุโบสถพอดี เห็นว่าประจวบเหมาะพอดี จึงตัดสินใจจะสร้างพระประธานในฝัน จึงไปเล่าให้นายช่างปั้นพระได้ฟัง แล้วให้วาดองค์พระออกมาตามคำบอกเล่า ยอมรับว่าไม่สวยงดงามละเมียดละเอียดอ่อนเหมือนในฝัน แต่โดยภาพรวมถือว่าใกล้เคียง

          หลังจากที่ให้นายช่างปั้นพระได้วาดเป็นรูปออกมาแล้ว แต่ไม่อาจดำเนินการสร้างได้ในทันใด เพราะขาดปัจจัย ๒ แสนบาท เนื่องจากนายช่างเรียกค่าแรงงาน ๒ แสนบาท ก็ได้บอกกับนายช่างว่าให้รออีกสักระยะหนึ่งก่อน ในเร็ววันนี้ จะให้เริ่มลงมือ ทั้งที่ปัจจัยไม่มีแม้แต่บาทเดียว ระหว่างนั้น ก็สวดมนต์อธิษฐานว่าหากพระประธานปางลักษณะนี้ ประสงค์จะประดิษฐานในอุโบสถมหาอุตม์วัดห้วยสอง ขอให้ลูกได้มีวาสนาสร้างในเร็ววันนี้ด้วยเถิด

          ผ่านไปประมาณ ๑ สัปดาห์ ผู้ใหญ่ประสาร การภักดี เข้ามาถามว่า "มีพระประธานในโบสถ์หรือยัง?" จึงตอบว่า "ยังไม่มี ยังหาเจ้าภาพไม่ได้ ฯ" ผู้ใหญ่พูดว่า “เสี่ยอนุพงศ์ ประชาราษฎร์นิยม อยากจะสร้างพระประธานในโบสถ์จะเป็นวัดไหนก็ได้ ฯ " ก็เลยบอกว่า "ได้ซิ..สาธุ กำลังคิดเรื่องพระประธานอยู่พอดี แต่ทางวัดมีแบบพระประธานอยู่แล้ว ถ้าจะเป็นเจ้าภาพสร้างตามแบบของวัด ก็ยินดีอย่างยิ่ง แต่ถ้าจะสร้างตามความต้องการของเจ้าภาพ คงจะต้องไปสร้างที่อื่น"

          จึงฝากแบบพระประธานเพื่อให้เจ้าภาพได้ดู ปรากฏว่าเสี่ยอนุพงศ์ เห็นแบบพระ ก็ยินดี แล้วโทรติดต่อสอบถามรายละเอียดกันทางโทรศัพท์โดยไม่เห็นหน้ากัน แม้ถึงวันนี้ (๑๕ มีนาคม ๕๒) องค์พระประธานได้ประดิษฐานในอุโบสถเรียบร้อยแล้ว เสี่ยอนุพงศ์ ผู้เป็นเจ้าภาพ ยังไม่ได้เห็นองค์พระประธาน ได้แต่เห็นในรูปที่ทางวัดส่งไปให้ดู แต่ท่านก็บอกว่าสวยงามดีมาก จะหาโอกาสมาดูที่วัด

          เมื่อสร้างองค์พระประธานแล้ว ได้เฉลิมพระนาม (ตั้งชื่อ) ว่า “พระพุทธมงคลบพิตร มหามงคลรัฐ” อันมีความหมายว่า พระพุทธเจ้าผู้ประทานมงคลชีวิตแก่ปวงมหาประชาทั่วดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล อธิบายปริศนาองค์พระประธาน ดังนี้

          ๑. ในฝัน เห็นพระพุทธเจ้านั่งประทับบนขอนไม้ อธิบายดังนี้ เรื่องขอนไม้ ไม่รู้จะออกแบบอย่างไรให้เหมาะกับสถานที่ เกรงว่าจะเกะกะรุงรังสถานที่ นายช่างแนะนำให้ทำเป็นประทับบนตอไม้ ก็เลยตกลงตามนั้น แต่หลังจากทำแล้ว รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร คำว่า ตอ เป็นศัพท์ไม่เป็นมงคลเท่าไร พระอาจารย์ไมตรี ฐิตปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดทางสาย จ.ประจวบ ท่านแนะนำว่าให้แก้ไขดีกว่า นั่งตอจะมีแต่ปัญหาตลอด จึงตัดสินใจจะปรับแก้จากตอไม้ เป็นบัลลังก์แทน

          ๒. ในฝัน เห็นเครื่องประดับระยิบระยับเต็มไปทั่วบริเวณที่ประทับ จึงสร้างองค์พระในลักษณะทรงเครื่อง

          ๓. ในฝัน ได้เล่าระบายความทุกข์ใจให้พระพุทธองค์ฟัง แต่พระองค์ได้แต่ยิ้มอย่างเดียวไม่ได้ตรัสคำอะไร จึงได้สร้างองค์พระประธานในลักษณะยิ้ม

          ๔. ในฝัน เห็นพระพุทธองค์ทรงยกพระหัตถ์ซ้ายขึ้น คิดเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นปริศนาธรรม ที่พระพุทธองค์สั่งไม่ให้ทำบาป

          ๕. ในฝัน เห็นพระพุทธองค์ทรงหงายพระหัตถ์ขวา คิดว่าน่าจะเป็นปริศนาธรรม ที่พระพุทธองค์สอนให้ทำบุญกุศล

แนวคิดในการสร้าง

          อาตมา ต้องขอออกตัวในที่นี้เสียก่อนว่า งานสร้างถาวรวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ ศาลา กุฏิ วิหาร เจดีย์ ไม่ได้อยู่ในความคิดแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะชีวิตการบวชอยู่กับตำรับตำรา และงานเผยแผ่ อบรมธรรมะ เพราะยึดมั่นในหลักที่ว่า “สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ การให้ธรรมะ ชนะการให้สิ่งทั้งปวง”

          แต่ชีวิตของคนเรามันแปลกอย่างหนึ่ง อายุที่เพิ่มขึ้น แต่หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต กลับรู้สึกว่า มันลดน้อยถอยลงเรื่อย ๆ มันพร่องลงเรื่อย ๆ ไม่เหมือนช่วงที่เป็นเด็ก ๆ ไม่ต้องคิดวิตกกังวลอะไร ก็มีที่อยู่ที่กิน ชีวิตดูมีความสุขดีไม่น้อย แต่พออายุมากขึ้น มันเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้ ถูกใช้หมดแล้ว เป็นคนอยู่ในลักษณะ อยู่อย่างกินบุญเก่า พอของเก่าหมด ก็เลยเดือดร้อน ทุกข์บีบคั้น ชีวิตก็เลยมีปัญหา

          จุดหมายของชีวิต คือความสงบ..สุข และอิสรภาพในขณะที่ลมหายใจยังคงมี

          มองชีวิตว่า ชีวิตคือการเดินทาง เส้นทางเดินของชีวิตช่างยาวไกลและยาวนานยิ่งนัก เพราะต้องท่องเที่ยวในวัฏฏสงสาร เราไม่รู้จุดเริ่มต้น และมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของชีวิตในสังสารวัฏฏ์ เมื่อชีวิตคือการเดินทาง ถ้าเราไม่ทำไว้ ก็ไม่มีกิน ถ้าไม่สร้างไว้ ก็ไม่มีที่อยู่อาศัย ดังนั้น ระหว่างทางเดินของชีวิตก็จะลำบากแน่นอน เพราะไม่ได้สร้างบุญเอาไว้

          ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงตั้งปณิธานว่าจะสร้าง..จะทำบุญในรูปแบบที่เป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ เช่น สร้างโบสถ์ ศาลา กุฏิ ห้องสุขา ปลูกป่า และสร้างองค์พระใหญ่ เหตุผลก็เพราะว่า โบสถ์ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปอันเป็นองค์พระประธาน พูดภาษาชาวบ้านว่า โบสถ์เป็นที่อยู่ของพระพุทธเจ้า และเป็นที่กำเนิดของพระสงฆ์ และทำสังฆกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นการรักษาพระพุทธศาสนา

          อาจมีใครบางคนคิดแย้งว่า สร้างโบสถ์สิ้นเปลืองเงินมาก รบกวนชาวบ้าน ไม่คุ้มค่ากับการใช้ประโยชน์ แต่สำหรับใจเราแล้ว การสร้างไม่ได้บังคับศรัทธาใคร ส่วนเรื่องการคุ้มค่าประโยชน์นั้น เกิดประโยชน์คุ้มค่ามหาศาล เพราะชายไทยคนหนึ่ง เมื่อเข้าโบสถ์บวชเป็นพระแล้ว เขาจะละบาปทางกาย วาจา ใจ พูดง่าย ๆ ว่าไม่เป็นนักเลงอันธพาล ไม่เที่ยวกลางคืน ฯลฯ ละทิ้งสิ่งที่เคยทำไม่ดีในช่วงที่เป็นชาวบ้าน

          ที่สำคัญ โบสถ์เป็นเสมือนที่อยู่ของพระพุทธเจ้า เป็นกุฏิของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ได้สร้างคุณูปการต่อมวลมนุษยชาติมากมายเหลือเกิน การที่ได้สร้างโบสถ์ถวายเป็นพุทธบูชา ก็นับว่าเป็นสิ่งสมควรยิ่งแล้ว

เหตุผลด้านวิสัยทัศน์

          เนื่องจากอำเภอเนินขาม เป็นอำเภอใหม่ เพิ่งจะแยกมาจากอำเภอหันคา ดังนั้น เมื่อบ้านเมืองแยกเขตการปกครอง ทำให้คณะสงฆ์จำต้องแยกเขตปกครองตามด้วย จึงเป็นสาเหตุให้อำเภอเนินขาม ซึ่งมีวัดกว่า ๒๐ วัด แต่เป็นวัดที่มีโบสถ์เพียง ๓ วัดเท่านั้น ทำให้การทำสังฆกรรมของสงฆ์ค่อนข้างจะลำบาก และวัดแต่ละแห่ง จะสร้างโบสถ์ขึ้นเองก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย เพราะต้องใช้ทุนสูง อาตมาจึงตั้งใจว่า หลังจากผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิตแล้ว มีเงินเหลือถึง ๕ ล้าน จะตั้งเป็นกองทุนสร้างโบสถ์หลังต่อไปในเขตอำเภอเนินขาม ๓ ล้านบาท และถ้าโบสถ์หลังนั้นสร้างเสร็จ ก็ดึงเงิน ๓ ล้านคืนกองทุนเหมือนเดิม เพื่อสร้างโบสถ์หลังต่อไป โดยจะดำเนินการลักษณะนี้ จนกว่าวัดในเขตอำเภอเนินขามมีโบสถ์ครบทุกวัด โดยไม่ต้องลำบากหาทุนสำหรับวัดต่อไป

          เหตุผลของการสร้างศาลาการเปรียญ ศาลาเป็นเสมือนสถานที่กิน บำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ของคนทุกชนชั้น ด้วยอานิสงส์นี้ จะทำให้เรามีสถานที่ทำกิน ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ มีบริษัทห้างร้านที่มั่นคง

          เหตุผลของการสร้างกุฏิ กุฏินี้เป็นที่อยู่ ที่จำวัตร ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ ด้วยอานิสงส์การสร้างกุฏิ จะทำให้มีที่อยู่มั่นคง

          เหตุผลของการสร้างห้องสุขา ห้องสุขาเป็นสถานที่ปลดทุกข์ของคนทุกรูปนาม ด้วยอานิสงส์นี้ จะทำให้ผู้สร้างปราศจากทุกข์ทางกาย

          เหตุผลของการสร้างองค์พระใหญ่ ๓ องค์ เพราะฝันเห็นถึง ๒ ครั้ง เหมือนมาเตือนให้สร้างไว้ที่วัดแห่งนี้ และเป็นความตั้งใจอยากจะสร้างเขตพุทธสถาน ให้เป็นที่กราบสักการบูชาของประชาชน ด้วยอานิสงส์การสร้างองค์พระ จะทำให้เราได้บุญตลอดเวลาเมื่อมีคนมากราบไหว้ ชะตาชีวิตจะไม่มีวันตกต่ำ เพราะได้สร้างสรณะที่พึ่งอันสูงสุดไว้แล้ว เมื่อสร้างแล้ว ใจเราย่อมน้อมไปในองค์พระ เป็นการปิดประตูอบายภูมิ บัดนี้ สร้างแล้ว ๑ องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๕.๕๐ เมตร สูง ๘ เมตร และจะสร้างองค์ที่ ๒ ในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๒ ซึ่งงบประมาณองค์ละ ๓ แสนบาท ส่วนองค์ที่สาม จะมีขนาดหน้าตักกว้าง ๑๐ เมตร สูง ๑๕ เมตร ใหญ่กว่า ๒ องค์แรก และจะตั้งประดิษฐานไว้ตรงกลาง ซึ่งจะใช้เงินงบประมาณ ๑ ล้านบาท แต่ยังไม่ได้กำหนดวันสร้าง

          เหตุผลในการปลูกป่า วัดกับป่าเป็นของคู่กันซึ่งจะแยกไม่ได้ เพราะวัดเป็นสถานที่ปลูกฝังธรรมะ ส่วนป่า คือธรรมชาติเป็นแหล่งกำเนิดของธรรมะ

          อนึ่ง ตอบคำถามของท่านที่อยากรู้เหตุผลว่าทำไม ไม่เป็นเจ้าอาวาสให้เต็มตัวเลยละ จะได้ดำเนินงานต่าง ๆ ได้ง่าย

          ความจริง ทุกวันนี้ก็ง่าย ๆ ดีอยู่แล้ว เรื่องเป็นเจ้าอาวาส ไม่เคยอยู่ในความคิดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เจ้าอาวาสก็คือสมภารนั่นเอง สมภารแปลว่าผู้แบกรับภาระของพระลูกวัดและชาวบ้าน ทำให้ไม่มีความเป็นส่วนตัว เพราะโดยส่วนตัวชอบท่องเที่ยว หรือไม่ก็ค้นคว้าตำรับตำรามากกว่า

          ถ้าจะว่าไปแล้ว เรื่องเป็นเจ้าอาวาสนั้น ก็

          - เคยเป็นเจ้าอาวาสวัดประชุมธรรมมาแล้ว ในที่สุดก็เบื่อจึงลาออก 
          - เคยเป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท 
          - เคยเป็นนักวิชาการกองการศึกษาคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาท

          แต่ปัจจุบันนี้ ที่ยังคงเป็นอยู่ ก็คือ

          - เป็นกรรมการตรวจข้อสอบสนามหลวงแผนกธรรม 
          - เป็นกรรมการตรวจข้อสอบสนามหลวงแผนกบาลี 
          - เป็นพระปริยัตินิเทศก์ จังหวัดชัยนาท 
          - เป็นผู้อำนวยการสถานีวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดชัยนาท 
          - เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดห้วยสอง

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์เราจัดตั้งกันขึ้นทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ช่องทางปิดกั้นอบายภูมิหรอก หากภารกิจสำเร็จแล้ว ชีวิตก็เข้าสู่อิสรภาพทันที เพราะสิ่งที่สร้างนั้น มิใช่สร้างเพื่อเป็นสมบัติส่วนตัว แต่เป็นการสร้างสมทานบารมีไว้เป็นเสบียงบุญระหว่างเดินทางในสังสารวัฏฎ์ ก็แค่นี้เอง




เกร็ดประวัติศาสนสถาน

แนะนำหนังสือพุทธประวัติที่น่าสนใจ โดย Mirin
เกร็ดประวัติหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
ประวัติหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ อริยสงฆ์วาจาศักดิ์สิทธิ์(๑)
พระพุทธโคดม วัดยางโทน จังหวัดอุตรดิตถ์
พระประโทณเจดีย์ มหาธาตุทวารวดี ศูนย์กลางพระปฐมธานี :คุณวรนัย
ประวัติุวัดพระประโทณเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม



dot
หัวข้อหลัก
dot
bulletพุทธะ-ธรรมบรรยาย
bulletรวมบทสวดมนต์ และพระคาถา
dot
สาระน่ารู้
dot
bulletเสียงอ่าน - นิทานธรรม
bulletเกร็ดประวัติศาสนสถาน
bulletประวัติครูบาอาจารย์


สอบถามข้อมูลต่าง ๆ ทาง Chatbox เลยครับ (-/|\-)


Copyright © 2011 All Rights Reserved.