ReadyPlanet.com
dot
dot dot
โดยมาก"อยากเป็นพระพุทธเจ้า"มากกว่าการช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ (copy)

 ยกข้อความมาจากเวบพลังจิต โดยคุณ Pal_bh

Image

พระพุทธเจ้าเป็นบุคคลเหนือโลกทั้ง ๓ พระองค์ทรงพร้อมด้วยลักษณะมหาบุรุษ (มหาปุริสลักษณะ) ไม่ใช่มนุษย์สามัญทั่วไป และทรงพร้อมด้วยวิชชา และจรณะ (วิชชา ๓ วิชชา ๘ และอภิญญา ๖, และจรณะ ๑๕) คือ เป็นมหาสัตว์ นั่นเอง

มหาปุริสลักษณะ
หมายถึง ลักษณะพิเศษของมหาบุรุษ ซึ่งผู้ที่จะมีมหาปุริสลักษณะนั้น จะมีคติเป็น ๒ คือ พระเจ้าจักรพรรดิ หรือ พระพุทธเจ้า มหาปุริสลักษณะนั้น มี ๓๒ ประการ คือ

๑. มีพระบาทราบเสมอกัน (พระบาท = เท้า)
๒. ลายพื้นพระบาทเป็นจักร (จักร = รูปรอยล้อรถ คือธรรมนำชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ดุลล้อนำไป สู่ที่หมาย)
๓. มีส้นพระบาทยาว (ถ้าแบ่ง ๔ ส่วน พระชงฆ์ตั้งอยู่ในส่วนที่ ๓) (พระชงฆ์ = แข้ง)
๔. มีนิ้วยาวเรียว (หมายถึงนิ้วพระหัตถ์และพระบาทด้วย)(นิ้วพระหัตถ์ = นิ้วมือ)
๕. ฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทอ่อนนุ่ม
๖. ฝ่าพระหัตถ์และฝ่าพระบาทมีลายดุจตาข่าย
๗. มีพระบาทเหมือนสังข์คว่ำ อัฐิข้อพระบาทตั้งลอยอยู่หลังพระบาท กลับกลอกได้คล่อง เมื่อทรงดำเนินผิดกว่าสามัญชน (อัฐิ = กระดูก ดำเนิน = เดิน)
๘. พระชงฆ์เรียวดุจแข้งเนื้อทราย
๙. เมื่อยืนตรง พระหัตถ์ทั้งสองลูบจับพระชานุ (พระชานุ = เข่า)
๑๐. มีพระคุยหะเร้นอยู่ในฝัก (พระคุยหะ = อวัยวะที่ลับ)
๑๑. มีฉวีวรรณดุจสีทอง (ฉวีวรรณ =สีผิวกาย)
๑๒. พระฉวีละเอียด (พระฉวี = ผิว)
๑๓. มีเส้นพระโลมาเฉพาะขุมละเส้น ๆ (พระโลมา = ขน)
๑๔. เส้นพระโลมาดำสนิทเวียนเป็นทักขิณาวัฏ มีปลายงอนขึ้นข้างบน (ทักขิณาวัฏ = วนเลี้ยวทางขวาอย่างเข็มนาฬิกา)
๑๕. พระกายตั้งตรงดุจท้าวมหาพรหม
๑๖. มีพระมังสะอูมเต็มในที่ ๗ แห่ง (คือ หลังพระหัตถ์ทั้ง ๒ และหลังพระบาททั้ง ๒ , พระอังสาทั้ง ๒, กับลำพระศอ) (พระมังสะ = เนื้อ , ชิ้นเนื้อ พระอังสา = บ่า,ไหล่ พระศอ = คอ)
๑๗. มีส่วนพระสรีระกายบริบูรณ์ (ล่ำพี) ดุจกึ่งท่อนหน้าแห่งพญาราชสีห์ (สรีระ = ร่างกาย)
๑๘. พระปฤษฎางค์ราบเต็มเสมอกัน (พระปฤษฎางค์ = ส่วนหลัง,ข้างหลัง)
๑๙. ส่วนพระกายเป็นปริมณฑล ดุลปริมณฑลแห่งต้นไทร(พระกายสูงเท่ากับว่าของพระองค์)(วา = เท่ากับ ๔ ศอก ประมาณ 2 เมตร)
๒๐. มีลำพระศอกกลมงามเสมอตลอด
๒๑. มีเส้นประสาทสำหรับรสพระกระยาหารอันดี
๒๒. มีพระหนุดุจคางแห่งราชสีห์ (โค้งเหมือนวงพระจันทร์)(พระหนุ = คาง)
๒๓. มีพระทนต์ ๔๐ ซี่ (ข้างละ ๒๐ ซี่) (พระทนต์ = ฟัน)
๒๔. มีพระทนต์เรียบเสมอกัน
๒๕. พระทนต์เรียบสนิทมิได้ห่าง
๒๖. เขี้ยวพระทนต์ทั้ง 4 ขาวงามบริสุทธ์
๒๗. พระชิวหาอ่อนและยาว (อาจแผ่ปกพระนลาฏใต้)(พระชิวหา = ลิ้น พระนลาฎ = หน้าผาก)
๒๘. พระสุรเสียงดุจท้าวมหาพรหม ตรัสมีสำเนียงดุจนกการเวก
๒๙. พระเนตรแจ่มใสดุจตาลูกโคเพิ่งคลอด
๓๐. ดวงพระเนตรแจ่มใสดุจตาลูกโคเพิ่งคลอด
๓๑. มีอุณาโลมระหว่างพระโขนง เวียนขวาเป็นทักขิณาวัฏ (อุณาโลม = ขนระหว่างคิ้ว)
๓๒. มีพระเศียรงามบริบูรณ์ดุจประดับด้วยกรอบพระพักตร์ (พระเศียร = ศีรษะ)



วิชชา : ความรู้แจ้ง , ความรู้วิเศษ;
วิชชา ๓ คือ
๑. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ความรู้ที่ให้ระลึกชาติได้
๒. จุตูปปาตญาณ ความรู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย
๓. อาสวักขยญาณ ความรู้ที่ทำอาสวะให้สิ้น;

วิชชา ๘ คือ
๑. วิปัสสนาญาณ ญาณในวิปัสสนา
๒. มโนมยิทธิ ฤทธิ์ทางใจ
๓. อิทธิวิธิ แสดงฤทธิ์ได้ต่าง ๆ
๔. ทิพพโสต หูทิพย์
๕. เจโตปริยญาณ รู้จักกำหนดใจผู้อื่นได้
๖. ปุพเพนิวาสานุสติ
๗. ทิพพจักขุ ตาทิพย์ (= จุตูปปาตญาณ)
๘. อาสวักขยญาณ

อภิญญา ๖: ความรู้ยิ่ง , ความรู้เจาะตรงยวดยิ่ง , ความรู้ชั้นสูง มี ๖ อย่างคือ
๑. อิทธิวิธิ แสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้
๒. ทิพพโสต หูทิพย์
๓. เจโตปริยญาณ ญาณที่ให้ทายใจคนอื่นได้
๔. ปุพเพนิวาสานุสติญาณที่ทำให้ระลึกชาติได้
๕. ทิพพจักขุ ตา ทิพย์
๖. อาสวักขยญาณ ญาณที่ทำให้อาสวะสิ้นไป , ๕ อย่างแรกเป็นโลกียอภิญญา ข้อสุดท้ายเป็นโลกุตตร อภิญญา

จรณะ ๑๕ : เครื่องดำเนิน , ปฏิปทา คือ ข้อ ปฏิบัติอันเป็นทางบรรลุวิชา มี ๑๕ คือ
๑. สีลสัมปทา ความถึงพร้อมด้วยศีล
๒. อปัณณกปฏิปทา ๓ : ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด , ทางดำเนินที่ไม่ผิด คือ
๒.๑) อินทรียสังวร การสำรวมอินทรีย์
๒.๒) โภชเน- มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณในการบริโภค
๒.๓) ชาคริยานุโยค การหมั่นประกอบความตื่น ไม่เห็นแก่นอน
๓. สัทธรรม ๗ : ๑. ศรัทธา ๒. หิริ ๓. โอตตัปปะ ๔. พาหุ- สัจจะ ๕. วิริยารัมภะ ๖. สติ ๗. ปัญญา
๔. ฌาน ๔



แต่กว่าที่พระองค์จะทรงมีคุณสมบัติเหล่านี้ได้ พระองค์ก็ไม่ได้ทรงรัก ทรงหลงไหล ทรงรู้ความเป็นพระพุทธเจ้าแต่อย่างใด

แต่ก่อนนั้นนานมาแล้ว มีสัตว์โลกตนหนึ่ง (พระองค์เอง) ได้เห็นความทุกข์ และประสบทุกข์บนโลกทั้ง ๓ นี้ ได้รับความลำบากนานาประการ รู้สึกอึดอัด อิดนาระอาใจ "อยากจะพ้นจากอัตตภาพที่เป็นอยู่นี้" จึงแสวงหาความพ้นทุกข์ เพื่อความหลุดพ้น

จึงตั้งใจไว้ว่า "ถ้าเราพ้นจากทุกข์นี้ไปได้ เราจะบอกให้คนอื่นพ้นตาม"

หลังจากนั้น พระองค์ทรงทำผิดทางกาย วาจา ใจบ้าง ทรงทำความดีทางกาย วาจา ใจบ้าง คือ ทำดีบ้าง ทำชั่วบ้าง ได้ไปเกิดในอัตตภาพต่างๆ ในทุคติภพ คือ เปรต สัตว์นรก อสุรกาย สัตว์ดิรัจฉาน ไปเกิดในสุขคติภาพบ้าง เป็นมนุษย์ เทวดา พรหม อรูปพรหม

แต่ก็ไม่พบทางพ้นทุกข์ได้จริง หรือพบความสุขที่ถาวรได้ ต้องเวียนว่ายตายเกิดไปในภพน้อย ภพใหญ่ในกำเนิดต่างๆ ทั้งสุข ทั้งทุกข์

"จนปัญญาแก่กล้าขึ้น" (ปัญญาธิกะ) พอรู้ทางบุญ ทางบาป ทางเจริญ ทางเสื่อมแห่งชีวิต อะไรคือเหตุแห่งความสุข ควรที่จะปฏิบัติ รู้ว่า อะไรคือเหตุแห่งความทุกข์ ที่ควรละ

เมื่อรู้อย่างนี้ สัตว์ (เริ่มเป็นมหาสัตว์) ตนนี้ เริ่มพยายาม (วิริยะ) และอดทน (ขันติ) ที่จะทำความดีทุกอย่างที่ตนรู้ได้ สัมผัสได้ และละความชั่วทุกอย่างที่ตนรู้ได้สัมผัสได้

พูดง่ายๆ คือ เริ่มทำความดี จนเเก่กล้าขึ้นเป็นบารมี มี ทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี อธิษฐานบารมี เมตตาบารมี และอุเบกขาบารมี

สัตว์ตนนี้ไม่ทรงรู้หรอกว่า 'ที่ตนเองตั้งใจไว้ว่า' "ถ้าเราพ้นจากทุกข์นี้ไปได้ เราจะบอกให้คนอื่นพ้นตาม" นั้น จะเป็นปฏิปทาของมหาสัตว์ และปฏิปทานี้ ถ้าสามารถทำสำเร็จได้ จะได้เป็นศาสดา เป็นอาจารย์ เป็นครูของสัตว์โลกทั้งหลาย

แต่เมื่อบารมีแก่กล้าขึ้นเพียงไร ก็พอจะเตือนให้สัตว์ตนนั้นรู้ได้บ้างว่า ตนเองมีปฏิปทาว่า "ถ้าเราพ้นจากทุกข์นี้ไปได้ เราจะบอกให้คนอื่นพ้นตาม" มากกว่า การอัศจรรย์ในความเป็นพระพุทธเจ้า (เพราะไม่ทรงรู้ว่าพระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่เพียงไร)

ด้วยเหตุนี้
สัตว์โลกทั้งหลายโดยมาก มีความปรารถนา "ความเป็นพระพุทธเจ้า" มากกว่า "การได้ช่วยสัตว์โลกให้พ้นทุกข์"

เพราะว่า สัตว์โลกที่จะพ้นทุกข์ได้นั้น ต้องมองเห็นความทุกข์ รังเกียจความทุกข์ จึงจะนำตน และสัตว์โลกอื่นทั้งหลาย พ้นจากภพ ๓ นี้ไปได้

ลำพังความปรารณา การได้เป็นพระพุทธเจ้า (สิ่งสมมุติ) คงไม่พอที่จะให้ให้สัตว์โลกนั้น นำตนเอง และสัตว์โลกอื่นให้พ้นทุกข์ตามได้สำเร็จ ถ้ายังไม่เห็นความทุกข์ในภพ ๓

เพราะเหตุว่า "จิตใจทุกๆดวงของสัตว์ตนนั้น มุ่งหวังแต่การได้เป็นพระพุทธเจ้า" ไม่ได้ มุ่งหวัง "ที่จะช่วยสัตว์โลกอื่นให้พ้นภัย"


สัตว์โลก ปรารถนาการได้เป็นพระพุทธเจ้านั้น มีมาก และจิตปรารถนาจะให้สัตว์โลกพ้นตามนั้น มีน้อย

สัตว์โลก ปรารถนาการได้เป็นพระพุทธเจ้านั้น มีมาก ฉะนั้น การอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า จึงมีได้โดยยาก

สัตว์โลก ปรารถนานำสัตว์โลกทั้งหลายพ้นจากความทุกข์นั้น มีน้อย ฉะนั้น การอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า จึงมีได้โดยยาก


ถ้าสัตว์โลกใด ปรารถนานำสัตว์โลกทั้งหลายพ้นจากความทุกข์ มีสัจจะ มีความแน่วแน่
การได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ไม่ใช่จุดมุ่งหมาย ไม่ใช่ปฏิปทาของสัตว์ตนนั้น

ถ้าสัตว์โลกใด ปรารถนานำสัตว์โลกทั้งหลายพ้นจากความทุกข์ มีสัจจะ มีความแน่วแน่
สัตว์โลกนั้น เป็นผู้มีความปรารถนาสำเร็จ



ไม่ประหลาดใจเลย !!! ทำไม ? พระนิพพานจึงมีเหตุ และเป็นพุทธประเพณี ให้พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และที่จะมีต่อๆ ไปในอนาคต "ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์"

เพราะการอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า มีได้โดยยาก

(ถ้าเป็นพระวจนะของพระพุทธเจ้าแล้ว ตรัส ๑ ไม่มี ๒)




พุทธะ - ธรรมบรรยาย

ทาน ศีล ภาวนา
พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน โดยพระอาจารย์วิชชา กิจจวิชโช วัดป่าวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน จ.เชียงใหม่ article
ธรรมทาน และ อภัยทาน
"พระโสดาบัน" โดย พระราชพรหมญาณ
"อย่าทนงตน" โดย หลวงพ่อราชพรหมญาณ
หลวงปู่ชาตอบปัญหา แก่พระสุญโญภิกขุ
คำสอนหลวงพ่อจง พุทธัสสโร วัดหน้าต่างนอก
"พัฒนาแต่ทรัพยากรคน ลืมพัฒนาประชาชนที่ครองเมือง" ตอนที่ ๒ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)
"รักษาศีล" ทำอย่างไร?
กระจกส่องกรรม
นินทานั้นไม่มีโทษ...แก่ผู้ถูกนินทาเลย โดย สมเด็จพระสังฆราช ฯ
“วิกฤตบ้านเมืองวันนี้ โอกาสที่มีควรเป็นของใคร” ตอนที่ ๑ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต)
"ก้อนหิน" กับ "เลขหวย" : ธรรมะสวัสดีของหลวงตาเย็น โดย คุณ Jarusuke
"บุญหน้าตาเป็นอย่างไร" : ธรรมะสวัสดีของหลวงตาเย็น โดย คุณ Jarusuke
ธรรมะบรรยาย : หลวงปู่ทองดี อนีโฆ วัดใหม่ปลายห้วย - จิตสู่ภวังค์ (๑) โดย คุณ Mirin
ชนะใครไม่เท่าชนะใจตนเอง โดยพระมิตซูโอะ คเวสโก 2 ก.พ.52
บางส่วนจากหนังสือ“มหัศจรรย์แห่งชีวิต ๗ หลักคิดจาก ว.วชิรเมธี
ลักษณะของ "คู่สร้างคู่สม" (puyka)
เทวดาถามคำถาม : deva asked for dhamma (copy)
เข้าใจผิดเรื่องการบรรลุธรรม (TH-ENG) (copy)
การใช้ถ้อยคำของพระพุทธองค์ (copy)
"เจแต่กาย" แต่ "ใจไม่เจ"



dot
หัวข้อหลัก
dot
bulletพุทธะ-ธรรมบรรยาย
bulletรวมบทสวดมนต์ และพระคาถา
dot
สาระน่ารู้
dot
bulletเสียงอ่าน - นิทานธรรม
bulletเกร็ดประวัติศาสนสถาน
bulletประวัติครูบาอาจารย์


สอบถามข้อมูลต่าง ๆ ทาง Chatbox เลยครับ (-/|\-)


Copyright © 2011 All Rights Reserved.